วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คำถามที่คุณต้องตอบ

ถ้าคุณอยากมีอิสรภาพทางด้านการเงินและเวลาที่สมบูรณ์ คุณต้องสามารถที่จะตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งรู้วิธีปฏิบัติอย่างแท้จริง
1. ฉันควรจะทำงานประจำ หรือประกอบธุรกิจ?
2. ถ้าจะประกอบธุรกิจ แต่ฉันไม่มีเงินมาก ฉันจะลงทุนอย่างไรดี ที่มีความเสี่ยงน้อยและผลตอบแทนคุ้มค่า?
3. ถ้าฉันจะเลือกทำธุรกิจเครือข่ายฉันต้องรู้อะไรบ้าง?
4. ฉันควรจะเลือกทำเครือข่ายกับบริษัทอะไรดี?
5. ถ้าฉันจะเลือกทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด มีอะไรที่ฉันต้องศึกษาบ้าง?
6. ระบบ Attraction Marketing จะช่วยฉันทำการตลาดได้อย่างไรบ้าง?
7. ฉันจะขายของ หรือชวนคนให้มาสมัครธุรกิจกับฉันด้วยวิธีใดได้บ้าง และวิธีไหนดีที่สุด?

คำตอบทั้งหมดที่จะทำให้คุณรวยอยู่ที่นี่หมดแล้วครับ ขอเพียงให้คุณเปิดใจและตั้งใจที่จะเรียนรู้จริง ๆ โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตก็จะเป็นของคุณ

นี่คือ เวบไซด์ที่จะทำให้คุณรวย

ถามว่าคำว่ารวยจะเกิดขึ้นเมื่อใด สำหรับผม คำว่ารวยจะเกิดขึ้นกับบุคคลที่เห็นอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มีความสำคัญมากกว่าเงิน บุคคลที่ไม่ต้องมาทำงานเพื่อเงินอีกต่อไป แต่เป็นการทำงานเพื่อช่วยเหลือคน เพื่อสร้างคุณค่าในตัวเอง เป็นบุคคลที่สามารถใช้เวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน ทำอะไรที่เค้าอยากทำ 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ โดยที่จะทำหรือไม่ทำ ก็มีเงินใช้อย่างเพียงพอ หรือกล่าวสั้น ๆ ง่าย ๆ ให้ได้ใจความก็คือ บุคคลที่มีทั้งสามอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตอย่างเพียงพอ นั่นก็คือ สุขภาพ เงิน และเวลา มีอิสรภาพทางการเงินและเวลาที่สมบูรณ์

E-Commerce 100 เปอร์เซนต์

การทำE-Commerce 100 เปอร์เซนต์ หมายความว่า การที่เราทำการตลาดโดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ Brand ตัวเราเองให้คนได้รู้ ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาชมเวบไซด์ของเรา ทำการตลาดผ่านระบบ E-mail Marketing
หรือระบบติดตามผลอัตโนมัติ จนถึงการทำการตลาดกับลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังที่มีความต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของเราอย่างแท้จริง
สื่อทางอินเตอร์เน็ตดังกล่าวประกอบไปด้วย
1. การโฆษณาผ่าน Google Adwords (adwords.google.com)
2. การประชุมออนไลน์โดยผ่านโปรแกรม Camfrog, Skype หรือ MSN
3. การอัพโหลดวีดีโอเพื่อให้คนรู้จักเราผ่าน Utube
4. การใช้สื่อที่เรียกว่า Social Network ซึ่งประกอบไปด้วย
  • Facebook (www.facebook.com) มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 132 ล้านคน
  • MySpace (www.myspace.com) มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 117 ล้านคน
  • Friendster (www.friendster.com) มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 90 ล้านคน
  • Hi5 (hi5.com) มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 56 ล้านคน
  • Multiply (http://multiply.com) มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลก 11 ล้านคน
  • LikedIn ( http://www.linkedin.com/) มีคนใช้ 30 ล้านคนทั่วโลก
  • Twitter (http://twitter.com)

การมีความรู้ว่ามีอะไรบ้างเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่การที่เราจะประสบความสำเร็จกับระบบการตลาดแบบดึงดูดได้นั้น เราจะต้องเรียนรู้ที่จะนำสื่อต่าง ๆ

ทุกชนิดมาใช้ร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งคนที่เป็นมืออาชีพเท่านั้นที่สามารถที่จะสอนคุณได้

จากที่ได้อ่านมาทั้งหมด ถ้าหากว่าระบบการตลาดแบบดึงดูด หรือ Attraction Marketing คือคำตอบของคุณอย่างแท้จริง คุณสามารถรับบทเรียน 7 วันฟรี โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่คลิ๊กไปที่pongwat .thport.com กรอก ชื่อ อีเมลล์ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน บทเรียนดังกล่าวก็จะถูกส่งตรงถึง E-mail address ของคุณในทันที

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Attraction Marketing หรือ การตลาดแบบดึงดูด

การตลาดแบบดึงดูดคือ การที่เรามีระบบทั้งหลายเตรียมพร้อมอยู่แล้ว และใช้วิธีการที่ถูกต้องในการตั้งแต่ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ที่เค้าต้องการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา หรือเป็นผู้มุ่งหวังที่ต้องการอยู่ร่วมทีมทำธุรกิจกับเราอย่างแท้จริง ผลที่ได้รับจากการทำการตลาดแบบนี้ก็คือ ทุกคนเต็มใจ ไม่มีใครโดนบังคับ
ซึ่งเวลาที่คนเราทำอะไรด้วยความเต็มใจ และมุ่งมั่นผลลัพธ์ที่ได้ย่อมดีเช่นกัน ระบบการตลาดแบบดึงดูดประกอบไปด้วยส่วนหลัก ๆ สามส่วนคือ

  1. ระบบ Lead Generation เป็นระบบที่จะเฟ้นหาผู้ที่มีความสนใจ และต้องการที่จะทำธุรกิจร่วมกับเราจริง ๆ เท่านั้น รายชื่อที่ได้ก็จะมีประสิทธิภาพสูงมาก ซึ่งต่างกับวิธีการตลาดแบบเก่านั่นคือ การซื้อรายชื่อจากกลุ่มคน หรือบริษัทมา แล้วโทรไปตื้อขายสินค้า ซึ่งมีโอกาสมากว่า 90 เปอร์เซนต์ที่เค้าจะปฏิเสธความหวังดีของเรา หรือไม่ว่าจะเป็นการไปโพสกระทู้บทเวบ การตอบกระทู้ โดยที่เป็นการโฆษฒาสินค้าของเรา ซึ่งสร้างความรำคาญทั้งต่อเจ้าของเวบไซด์ และต่อคนที่เข้ามาดูเวบไซด์เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทู้ดังกล่าวก็คือขยะทางอินเตอร์เน็ตดี ๆ นั่นเอง
  2. ระบบ E-mail Marketing หรือระบบติดตามผลอัตโนมัติ เมื่อมีระบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องโทรหาลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียวถ้าเราไม่ต้องการ มีการชักจูงเค้า อย่างถูกกฏหมาย ให้เข้ามารับฟังรายละเอียดแผนการตลาด และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของเรา ระบบดังกล่าวนี้จะทำงานแทนเราตลอดเวลาแม้ในยามที่เราหลับ จากการทำงานอัติโนมัติของระบบนี้จะช่วยให้ลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังของเรา เชื่อมั่นในตัวของเรา เชื่อมั่นในระบบที่เรามี เชื่อมั่นว่าเราสามารถที่จะสอนให้เค้าประสบความสำเร็จ และมีรายได้เหมือนกับเราได้
  3. การ Follow up ก็คือการติดตามลูกค้าด้วยตัวเราเอง นั่นคือ หลังจากที่เค้ามีความเชื่อมั่นในตัวเรา ในสิ่งที่เรากำลังทำแล้วนั้น การคุยกับเค้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ก็จะเป็นเรื่องง่าย เพราะเค้าเชื่อในตัวเรา นั่นก็คือการแบรนด์ตัวเราเองนั่นเอง

การทำธุรกิจ MLM ให้ประสบความสำเร็จ

1. จะต้องเลือกธุรกิจประเภทที่เกี่ยวกับสุขภาพ เนื่องจากในปี 2010 มีการคาดการจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ว่า ผู้คนจะหันมาสนใจดูแลสุขภาพ กันมากขึ้น
เฉพาะภายในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียวจะมีคนกลุ่มนึงซึ่งเรียกตัวเองว่า กลุ่ม Baby Boomers ออกมาใช้จ่ายซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพถึง
หนึ่ง ล้าน ล้าน เหรียญยูเอสดอลล่าส์
2. บริษัทที่เลือกจะต้องมีความมั่นคงทางการเงิน วิธีดูว่าบริษัทไหนที่มีความมั่นคงทางการเงินก็คือ จะต้องเปิดกิจการไปแล้วเป็นเวลาอย่างน้อยห้าปี และจะต้อง
มีรายชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการชื้อขายอันดับต้น ๆ ของโลกซึ่งได้แก่ New York Stock Market (http://www.nyse.com/) และ Nasdaq Stock Market (http://www.nasdaq.com/)
3. จะต้องเป็นต้นสายในประเทศนั้น อย่างเช่นถ้าต้องการทำธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย ก็ควรที่จะทำตั้งแต่ปีแรก หรือไม่เกินปีแรก ที่ธุรกิจนั้นเข้าสู่ประเทศไทย
4. มาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานยา (Good Manufacturing Practice,GMP)หรือมาตรฐานอาหาร
5. แผนการตลาดจะต้องเป็นแผนการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แผนการตลาดเดิม ๆ ที่บอกให้ลิสท์รายชื่อลูกค้าจากเบอร์โทรศัพท์ ญาติ เพื่อนสนิท ที่อาจจะ
ไม่ต้องการผลิตภัณฑ์ของเราเลยแม้แต่น้อย การบบการตลาดที่มีประสิทธิภาพนี้ก็คือ ระบบการตลาดที่มีชือว่า ระบบการตลาดแบบดึงดูด (Attraction Marketing)
6. การทำการตลาดทั้งหมดจะต้องอยู่ในรูปของ Online Marketing ซึ่งเป็นการทำการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
หนังสือเงินสี่ด้านได้ แบ่งคนออกเป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้คือ
1. Employee หรือ ลูกจ้าง
2. Self Employed หรือ ทำธุรกิจส่วนตัว
3. Business Owner หรือ เจ้าของธุรกิจ
4. Investor หรือ นักลงทุน
คนประเภทที่เป็น Employee กับ Self Employed นั้นจะไม่มีวันที่จะมีอิสรภาพทั้งทางด้านการเงิน และเวลาเลย ส่วนคนประเภท Business Owner กับ Investor คือ คนที่สามารถที่จะมีอิสรภาพทั้งทางด้านการเงินและเวลา แต่การที่จะเป็น I หรือ B ได้นั้น จะต้องมีเงินมากพอ
หนังสือ พ่อรวย สอนลูก ซึ่งเป็นหนังสือขายดีนั้น บอกเอาไว้ว่า คำว่าเครือข่ายเป็นคำที่มีพลังมาก คนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอย่างถูกวิธี มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะมีอิสรภาพทั้งด้านการเงินและเวลา

การสร้างเวลา

การที่เราจะมีเวลามากกว่าคนอื่น ก็คือการที่เราสามารถที่จะทำงานได้เงินเท่าเดิม หรือมากขึ้น โดยใช้เวลาในการทำงานที่น้อยลง แทบจะไม่มีโอกาสเลยกับคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากอิสรภาพทางด้านเวลาไม่ได้ถูกกำหนดโดยตัวคุณ แต่ถูกกำหนดโดยนายจ้างของคุณ คำตอบในการสร้างเวลาให้มากขึ้น โดยที่ใช้เวลาในการทำงานน้อยลงก็คือ การให้ระบบทำงาน หรือการโคลนตัวเราเองขึ้นมา และทำงานไปพร้อม ๆ กัน จะเห็นได้ว่า ถ้าหากเทียงระหว่างคน คนเดียวทำงาน 100 เปอร์เซนต์ กับคน 100 คนทำงานคนละ 1 เปอร์เซนต์ นั้น วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าก็คือ การสอนคน 100 คนให้ทำงานไปพร้อม ๆ กันแต่ใช้เวลาที่น้อยลง
คำตอบเดียวในการที่จะสร้างงานเช่นนั้นให้คุณได้ก็คือ คุณจะต้องทำธุรกิจเครือข่ายเท่านั้น (Multi Level Marketing)

วิธีทำให้เรามีสุขภาพดี

คำว่าสุขภาพดี จะต้องมีทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
วิธีทำให้เรามีสุขภาพกายที่ดี
1. ทานอาหารที่มีประโยชน มีสารอาหารครบตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง
2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3. พักผ่อนอย่างเพียงพอ
4. ดูแลรักษาไม่ให้น้ำหนักตัวมากเกิน
วิธีทำให้ร่างกายมีสุขภาพจิตที่ดี
1. ทำทุกอย่างที่เรามีความสุข โดยที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ให้มากที่สุด
2. มีทัศนคิตบวกกับทุกอย่าง ไม่นินทาว่าร้ายคนอื่น ไม่ระแวง ไม่ทะเลาะกับใครก็ตามที่ชวนเรา และที่สำคัญที่สุด คือ
แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เราคิดว่าเราแย่ที่สุด เราจะต้องฝึกการมองบวกในสถาการณ์ที่เป็นลบให้เป็น เราจะต้องฝึกการมองคนที่ดูแย่ในสายตาคนอื่น ฝึกที่จะมองเห็นในส่วนดีของเค้า ส่วนที่ไม่ดีของเค้า ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรู้เลย
3. เปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ด้วยความกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนรู้อยู่เสมอ

สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

สำหรับตัวผม สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตได้แก่
1. สุขภาพ
สุขภาพที่มีความสำคัญมาก ๆ เพราะต่อให้เราหาเงินได้มากสักเพียงไรถ้าเราสุขภาพไม่ดี เราก็ยังหาความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ดี
2. เงิน
แน่นอนว่า เงินคือสิ่งที่สำคัญ มาก ๆ เพราะถ้าเราไม่มีเงิน เราก็จะไม่สามารถนำมาจับจ่ายซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพได้
3. เวลา
เวลาที่มีค่าที่สุด คือเวลาที่เราได้ใช้กับสิ่งที่เราอยากจะทำจริง ๆ เช่น ได้อยู่ ได้พูดคุย ได้เล่นกับคนที่เรารัก ได้ทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง
เช่นไปเที่ยวต่างประเทศ ไปทานอาหารอร่อย ๆ กับครอบครัว ไปชายทะเลตากอากาศต่างจังหวัด ไปทานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนเก่า
เคยมีคนพูดว่า เวลาที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีใครทำให้หวนคืนได้ เปรียบเสมือน ถ้าเราไม่รีบใช้เวลาในขณะที่เรามีชีวิตในยามที่ยังมีทุกคนที่เรารักอยู่ และพูดคุยกับคนที่เรารักเท่าที่ควร เมื่อวันเวลาที่เค้าเหล่านั้นต้องจากเราไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เราจะต้องทุกข์ทรมารกับความคิดที่ว่า ทำไมเราไม่ใช้เวลากับเค้าให้มากกว่านี้เมื่อยามที่เค้ามีชีวิตอยู่
สำหรับผม คนที่มีทั้งสามอย่างนี้ครบ คือคนที่มีความสุขทางโลก อย่างแท้จริง